กรอบการให้สินเชื่อบ้านของประเทศไทยได้มีการปรับและขยายกรอบการพิจารณาสินเชื่ออย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อรองรับผู้กู้ที่ไม่มีเงินเดือนประจำที่แน่นอน สถาบันการเงินได้นำแบบจำลองการประเมินตามกระแสเงินสดมาใช้เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความน่าเชื่อถือทางเครดิตในกลุ่มฟรีแลนซ์ ผู้ทำงานผ่านแพลตฟอร์ม และผู้ประกอบอาชีพอิสระ แทนที่จะพึ่งพาสลิปเงินเดือน ผู้ให้กู้จะวิเคราะห์ประวัติการทำธุรกรรมในบัญชีธนาคาร โดยทั่วไปในช่วง 12 ถึง 24 เดือน ตัวชี้วัดประกอบด้วยความสม่ำเสมอของรายได้ รายรับเฉลี่ยต่อเดือน รูปแบบการใช้จ่าย และพฤติกรรมการออม ระบบการชำระเงินดิจิทัล เช่น PromptPay และแพลตฟอร์มธนาคารบนมือถือ ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานธุรกรรมที่ตรวจสอบได้ แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาดแรงงานของประเทศไทย ซึ่งรายได้มาจากหลายแหล่งหรือผันแปรมากขึ้นเรื่อยๆ ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ การจ้างงานที่ไม่ใช่รูปแบบเงินเดือนประจำคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของกำลังแรงงาน โดยเฉพาะในเขตเมืองและภาคบริการ การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามกระแสเงินสดไม่ได้ตัดทิ้งการพิจารณาเครดิตแบบดั้งเดิม ผู้กู้ยังคงได้รับการประเมินจากภาระหนี้สินที่มีอยู่ ประวัติเครดิต และอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของรายได้จะได้รับการประเมินผ่านการปรับค่าเฉลี่ยด้วยวิธีทางสถิติแทนที่จะตัดออกโดยตรง จากมุมมองด้านกฎระเบียบ แนวปฏิบัติดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้กู้ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้กู้มีความสามารถในการชำระหนี้และมีศักยภาพในการชำระคืนในระยะยาวแบบจำลองการประเมินกระแสเงินสดช่วยขยายการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยในขณะที่ยังคงรักษามาตรฐานการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่มีเอกสารประกอบ สำหรับผู้กู้ ประวัติการทำธุรกรรมที่ชัดเจนและวินัยทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้ CCAP คือพันธมิตรทางการเงินที่คุณวางใจได้ สำหรับสินเชื่อบุคคล รถยนต์ และอสังหาริมทรัพย์ ด้วยเงื่อนไขชัดเจนและดอกเบี้ยที่แข่งขันได้ เราช่วยให้การกู้ง่ายขึ้น ศึกษาบริการของเราและติดต่อ CCAP วันนี้ หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้มาที่ CCAP Line Official Account @helloccap คลิก 👉🏻 https://lin.ee/NEBc1fz […]
















