5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการกู้เงินและสินเชื่อ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

30 January 2026

การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด หากเรานำเงินที่กู้มาใช้ในสิ่งที่จำเป็นและเกิดประโยชน์ต่อชีวิต เช่น การขอสินเชื่อบ้านเพื่อนำไปเป็นทุนซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับชีวิตของเราได้ นอกจากนี้เงินกู้ยังสามารถช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ หากเราใช้มันอย่างมีความรู้ ความเข้าใจ และมองเห็นวิธีนำเงินกู้ไปต่อยอดให้เกิดคุณค่า เพื่อให้กลับมาสร้างประโยชน์และผลลัพธ์ที่ดีให้เราในอนาคต

ในทางกลับกัน หากเรามีความเชื่อหรือทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการกู้เงินหรือการขอสินเชื่อ ก็อาจส่งผลเสียต่อการวางแผนทางการเงินได้อย่างมาก อาจทำให้สร้างหนี้เกินตัว เกินความสามารถในการผ่อนชำระ จนกลายเป็นภาระที่ลากยาวไม่มีที่สิ้นสุด และสร้างผลกระทบต่อประวัติเครดิต ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อครั้งต่อไปเป็นเรื่องยากขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น วันนี้เราจะมาดูและเช็กไปพร้อมกันว่า มีความเชื่อเกี่ยวกับการกู้เงินและการขอสินเชื่อข้อใดบ้างที่คุณอาจเข้าใจผิดมาตลอด เพื่อให้คุณสามารถปรับความเข้าใจใหม่ ปรับพฤติกรรม และวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการกู้เงินและการขอสินเชื่อ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน

กู้ซื้อบ้าน คุ้มกว่าการเช่าอยู่ จริงหรือ?

หลายคนเชื่อว่าการซื้อบ้านคุ้มกว่าการเช่า เพราะบ้านเป็นของเรา ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือน แต่ความจริงไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะความคุ้มค่าของการซื้อหรือเช่าบ้านขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ สภาพคล่อง และความสามารถในการใช้จ่ายของแต่ละคน การเช่าบ้านก็มีข้อดีเช่นกัน เพราะช่วยให้ชีวิตมีความยืดหยุ่น สามารถย้ายใกล้ที่ทำงานใหม่ได้ง่าย ไม่ต้องเสียค่าเดินทางแพง

ในปัจจุบัน บ้านถือเป็นสิ่งสำคัญทางจิตใจ และเป็นแรงผลักดันให้หลายคนขยันทำงานเพื่อมีบ้านหลังแรก แต่หากไม่มีเงินก้อน เราจำเป็นต้องขอสินเชื่อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อหรือกู้สร้างบ้าน ก็ต้องยอมรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าขยะรายเดือน หรือค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบ้าน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในระยะยาว หากค่างวดผ่อนบ้านใกล้เคียงกับค่าเช่า บ้านก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ของเราในที่สุด ดังนั้น การตัดสินใจซื้อหรือเช่าบ้านควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว วางแผนชีวิตล่วงหน้าก่อนการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ อย่างบ้านหรือที่อยู่อาศัย

กู้เงินทั้งที ต้องจัดเต็มวงเงิน?

ความคิดนี้ไม่ถูกต้อง ควรเป็นหนี้เท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ เงินกู้ควรถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความก้าวหน้าและความมั่นคงในชีวิต เช่น กู้เพื่อการศึกษา กู้ซื้อบ้าน หรือกู้ทำธุรกิจต่อยอดความมั่งคั่ง สิ่งสำคัญ คือประเมินความสามารถในการผ่อนชำระล่วงหน้าและควบคุมให้หนี้รวมไม่เกิน 45% ของรายได้ต่อเดือน

ขอสินเชื่อบุคคล ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน?

ไม่จำเป็นเสมอไป สถาบันการเงินพิจารณาจากรายได้ ภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน และประวัติทางการเงินของผู้กู้ เพื่อดูว่ามีความสามารถชำระหนี้หรือไม่ หากมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน สินเชื่อบุคคลส่วนใหญ่จึงไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ ยกเว้นในบางกรณีที่สินเชื่อบางประเภทอาจกำหนดให้มีบุคคลหรือทรัพย์สินค้ำประกัน

มีบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด = มีหนี้?

ไม่จริงเสมอไป หากเรารู้จักวางแผนการเงิน ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม และสามารถชำระคืนได้ตรงเวลา บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน

ประโยชน์ของบัตรเครดิต:

  • พกพาสะดวก ไม่ต้องถือเงินสดจำนวนมาก
  • สะสมแต้มจากการใช้จ่าย เพื่อนำไปแลกส่วนลด เงินคืน หรือของรางวัล
  • ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละผลิตภัณฑ์ที่สมัคร

ประโยชน์ของบัตรกดเงินสด:

  • กดเงินสดฉุกเฉิน
  • ใช้ผ่อนสินค้า 0% ได้ที่สามารถผ่อนสินค้าได้นานสูงสุด 60 เดือน
  • หากใช้ด้วยวินัย บัตรกดเงินสดก็เป็นเครื่องมือช่วยบริหารเงินได้เช่นกัน

การใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดเพื่อผ่อนสินค้าแบบ 0%

หลายคนมักคิดว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก ตราบใดที่เงินเดือนยังพอจ่ายค่างวด แต่ความเชื่อนี้เป็นวิธีคิดที่ผิด และถือเป็นหลุมพรางสำคัญที่ทำให้หลายคนเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัว เพราะแม้จะเป็นการผ่อน 0% แต่เรามักประเมินจากเงินเดือนก้อนใหญ่ โดยไม่ได้หักค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน ค่าครอบครัว หรือค่าใช้จ่ายประจำอื่น ๆ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผ่อนไหว ทั้งที่ความจริงแล้วเงินคงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายอาจไม่เพียงพอต่อการผ่อนในระยะยาว

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ เราควรปรับแนวคิดใหม่ โดยเริ่มจากการประเมินค่างวดผ่อนสินค้าจาก “เงินที่เหลือ” หลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่จากจำนวนเงินเดือนทั้งหมด วิธีนี้จะช่วยให้เรารู้จริงว่าค่างวดที่ต้องผ่อนในทุกเดือน ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินมากน้อยแค่ไหน และทำให้ตัดสินใจได้อย่างมีสติว่าควรผ่อนสินค้าชิ้นนั้นหรือไม่

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้สินเชื่อหรือบริการผ่อนชำระทุกรูปแบบ คือ การกู้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และกู้เท่าที่จำเป็น รวมถึงเลือกใช้กับสิ่งที่มีประโยชน์และเกิดคุณค่าต่อชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนสินค้าเพื่อการทำงาน การเพิ่มคุณภาพชีวิตหรือการลงทุนในสิ่งที่ช่วยสร้างโอกาสในอนาคต เมื่อเราคิดและตัดสินใจอย่างรอบคอบ ก็จะช่วยให้เราควบคุมหนี้ได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการเป็นหนี้เกินกำลัง และช่วยให้ชีวิตทางการเงินของเราดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ตอนนี้จึงถึงเวลาที่เราจะปรับความเข้าใจผิดเดิม ๆ เกี่ยวกับการกู้เงินและการขอสินเชื่อ พร้อมทั้งสร้างทัศนคติใหม่ที่ถูกต้อง และปรับพฤติกรรมทางการเงินให้เหมาะสม เพื่อให้เส้นทางชีวิตการเงินของเรามั่นคงและดีกว่าเดิมในระยะยาว

หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้มาที่ CCAP Line Official Account @helloccap

คลิก 👉🏻 https://lin.ee/NEBc1fz LINE ID: @helloccap เบอร์โทร: 092-256-6801

สแกน QR Code เพื่อเพิ่มเพื่อน CCAP ได้เลย

Reference Link

© สงวนลิขสิทธิ์ 2565 เจริญสิน แคปปิตอล จำกัด
CALL CENTER  02 120 6624
phone-handset